ประวัติองค์กร


บริษัท ซันเทคสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “SUNTECH”)
(เดิมชื่อ บริษัท เอส.ซี.สตีลเวอร์ค จำกัด และบริษัท ซันเทครูฟ จำกัด)

บริษัทจัดตั้งขึ้นในปี 2545 โดยกลุ่มนายชูเกียรติ ยงวงศ์ไพบูลย์ ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1.0 ล้านบาทเพื่อดำเนินธุรกิจผู้จัดจำหน่ายและรับจ้างติดตั้งแผ่นหลังคาและผนังตามรูปแบบและความต้องการของลูกค้า หรือที่เรียกว่าเมทัลชีท(Metal Sheet)

ต่อมาในปี 2548 บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน) (“PERM”) ซึ่งถือหุ้นทั้งหมด โดยกลุ่มครอบครัวยงวงศ์ไพบูลย์ ได้รับโอนหุ้นของ SUNTECH ทั้งหมดจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ตามแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มบริษัทเพื่อรองรับการนำ PERM เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ PERM เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 100 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วของบริษัท

2545 ปีที่ก่อตั้งบริษัท
1,000,000 ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา
บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากธุรกิจแปรรูปแผ่นเหล็กอลูซิงค์และแผ่นเหล็กเคลือบสีสำหรับแผ่นหลังคาและผนังเมทัลชีท (“ธุรกิจผลิตหลังคาเมทัลชีท”) บริษัทได้ขยายไปสู่ธุรกิจจัดหาและจำหน่ายเหล็กม้วนอลูซิงค์ และเหล็กม้วนเคลือบสี (ธุรกิจจัดหาและจำหน่ายเหล็กม้วน) เพื่อให้ลูกค้านำไปแปรรูปตามความต้องการ และในปี 2561 บริษัทได้จัดตั้งบริษัท เอ็มพาวเวอร์สตีล จำกัด (“บริษัทย่อย”หรือ “EMPOWER”) ภายใต้แนวคิด “Empower your imagination เพราะโลกของเหล็ก เป็นได้มากกว่าเหล็ก” เพื่อลงทุนในโครงการโรงงานเหล็กม้วนเคลือบสี ซึ่งสามารถเคลือบสีและลวดลายต่างๆ ที่นอกจากจะใช้ในงานหลังคาแล้วยังสามารถใช้ทดแทนวัสดุก่อสร้างประเภทอื่น (“ธุรกิจผลิตเหล็กม้วนเคลือบสี”)

ด้วยเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการเติบโตของธุรกิจหลังคาและผนังเมทัลชีท ซึ่งยังมีผู้ประกอบการในธุรกิจผลิตเหล็กม้วนเคลือบสีภายในประเทศที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับน้อยราย

เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและต้องอาศัยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน อีกทั้งการลงทุนดังกล่าวยังสอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายธุรกิจไปสู่ธุรกรรมต้นน้ำ จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ผลิต จัดจำหน่าย และติดตั้งผลิตภัณฑ์แผ่นหลังคาและผนังเมทัลชีท สู่การเป็นผลิตเหล็กม้วนเคลือบสีที่มีลวดลายสินค้าหลากหลาย ช่วยเพิ่มมูลค่าของธุรกิจและผลิตภัณฑ์ และช่วยเพิ่มความมั่นคงในด้านวัตถุดิบ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และการเป็นผู้นำในผลิตภัณฑ์เหล็กอลูซิงค์และเหล็กเคลือบสีครบวงจรในประเทศไทยของกลุ่ม SUNTECH

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ

ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง
ลักษณะการประกอบธุรกิจ และข้อมูลพื้นฐานของบริษัทสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

  1. ปี 2565

    • EMPOWER เพิ่มทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ

      EMPOWER เพิ่มทุนจำนวน 200 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 2 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยบริษัทได้ลงทุนเพิ่มจำนวน 180.5 ล้านบาท และยังเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 90.25

    • แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 มีมติที่สำคัญดังนี้

      • อนุมัติให้บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด
      • เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ จากเดิมหุ้นละ 100 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท
      • เพิ่มทุนจดทะเบียนรวม 170 ล้านบาท จาก 400 ล้านบาท เป็น 570 ล้านบาท และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนดังนี้
        • เสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมของ PERM ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Pre-emptive Right) จำนวนไม่เกิน 51 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้
        • เสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร ของ PERM จำนวนไม่เกิน 4.5 ล้านหุ้น
        • เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 119 ล้านหุ้น รวมถึงหุ้นที่เหลือจากการเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมของ PERM และหุ้นที่เหลือจากการเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหารของ PERM ตามข้อ 1. และข้อ 2.

  2. ปี 2564

    PERM และ SUNTECH ได้ลงนามในแนวทางในการแบ่งแยกธุรกิจและการดำรงความเป็นเอกเทศระหว่างกิจการ

    เพื่อให้มั่นใจว่า PERM และ SUNTECH (รวมถึงบริษัทย่อย) สามารถดำเนินธุรกิจของตนเองได้อย่างอิสระและมีการแบ่งแยกธุรกิจกันอย่างชัดเจน และเพื่อเป็นการกำหนดแนวนโยบายเพื่อป้องกันการถ่ายเทผลประโยชน์ระหว่างกัน รวมทั้งนโยบายเกี่ยวการทำรายการระหว่างกันกับบริษัทในกลุ่มให้ชัดเจน เป็นธรรม และเหมาะสม

  3. ปี 2563

    ลงทุนก่อสร้างโรงงานเคลือบสีแผ่นเหล็กอลูซิงค์ของ EMPOWER

    EMPOWER ลงทุนก่อสร้างโครงการโรงงานเคลือบสีเหล็กม้วนอลูซิงค์ ซึ่งเหล็กเคลือบสีเป็นวัตถุดิบหลักในการแปรรูปเป็นผนัง หลังคา ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าเหล็กเคลือบสีจากต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดยโครงการมีพื้นที่กว่า 80,000 ตารางเมตร มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท

    ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการทดสอบการทำงานของสายการผลิต โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 4 ของปี 2565

  4. ปี 2562

    • ปรับโครงสร้างการถือหุ้นในกลุ่มให้สอดคล้องกับนโยบายการแบ่งแยกธุรกิจ :

      PERM โอนเงินลงทุนใน EMPOWER ที่ถืออยู่ร้อยละ 99.99 ให้แก่ SUNTECH โดยภายหลังดำเนินการ SUNTECH เป็นผู้ถือหุ้นใน EMPOWER ร้อยละ 99.99 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดย EMPOWER ยังไม่มีการดำเนินธุรกิจ

    • EMPOWER ลดทุนจดทะเบียนและเรียกชำระค่าหุ้น :

      EMPOWER ลดทุนจดทะเบียนจำนวน 300 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 700 ล้านบาท คงเหลือทุนจดทะเบียนจำนวน 400 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 4 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และเรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มเติมให้ครบทั้งจำนวน

    • จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยบางส่วนให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใหม่ 2 ราย :

      บริษัทขายเงินลงทุนใน EMPOWER จำนวน 3.2 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 8 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ในราคารวม 32 ล้านบาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใหม่ 2 ราย ได้แก่ บริษัท แสงไทยเมทัลชีท จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 5 และ SOPHON INVESTMENTS ถือหุ้นร้อยละ 3 ซึ่งผู้ถือหุ้นใหม่ทั้ง 2 รายดังกล่าวไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยภายหลังการจำหน่ายหุ้น บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นใน EMPOWER ร้อยละ 90.25 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท

  5. ปี 2561

    จัดตั้งบริษัท เอ็มพาวเวอร์สตีล จำกัด (“EMPOWER”)

    เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 700 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นจำนวน 7 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ทุนชำระแล้วจำนวน 175 ล้านบาท (เรียกชำระบางส่วน) โดย PERM เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 99.99 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ m.

  6. ปี 2560

    PERM จำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรีดหลังคาทั้งหมดให้กับ SUNTECH

    เพื่อแยกการประกอบธุรกิจจาก PERM โดยธุรกิจผลิตและจำหน่ายหลังคาทั้งหมดดำเนินการโดย SUNTECH

  7. ปี 2548

    จัดตั้งบริษัทบริษัทปรับโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทเพื่อรองรับการเข้าจดทะเบียนของ PERM

    ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มเดียวกัน โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจำหน่ายหุ้นทั้งหมดของ SUNTECH ให้แก่ PERM ทำให้ SUNTECH เป็นบริษัทย่อยของ PERM ในสัดส่วนร้อยละ 99.99

  8. ปี 2545

    จัดตั้งบริษัทบริษัท เอส.ซี.สตีลเวอร์ค จำกัด (ปัจจุบัน คือ บริษัท ซันเทคสตีลเวิคส์ จำกัด (มหาชน)

    (“บริษัท” หรือ “SUNTECH”) เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2545 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเป็นผู้จำหน่ายและรับจ้างติดตั้งแผ่นเหล็กอลูซิงค์สำหรับหลังคา